Thursday, October 14, 2010

เมื่อลูกชายเป็นตาแดง

ถึงฤดูกาลตาแดงอีกแล้ว ตอนนี้ลูกชายคนเล็กกำลังเป็นตาแดงอยู่คะ มีอาการมาประมาณ 3 วันแล้วคะ เมื่อวานซืนพาลูกไปหาหมอ หมอจ่ายยาหยอดตา และยาทานแก้แพ้ ตอนนนี้อาการดีขึ้นแล้ว แต่คุณแม่สิคะมีอาการเคืองตายังงัยชอบกล ไม่แน่ใจว่าอุปทานหรือจะมีอากรจริงๆก้อไม่แน่ใจ แต่ตาแดงเนี่ยคุณแม่เคยเป็น เดือนนี้เลยคะแต่ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นท้องเจ้าตัวเล็กอยู่นี่หละคะ ใกล้จะคลอดเต็มที ทรมาณมากๆเพราะจะทานยาก้อไม่ได้ ได้แต่รอให้หายเอง สุดๆเลยคะ ตามบวมเฉ่ง เปิดตาไม่ออกเลย เชื่อแล้วคะว่าการเป็นตาแดงนี่ทรมาณและรำคาญสุดๆเลย อย่าเลยนะ อย่าให้คุณแม่เป็นอีกเลย ดูแลรักษาสุขภาพสายตาช่วงนี้กันดีๆนะคะ ไม่อยากให้ใครเป็นกันเลย ด้วยความเป็นห่วงคะ

Tuesday, September 14, 2010

สอนลูกไม่ให้เป็นเด็กเลี้ยงแกะ

หากคุณอยากให้ลูกพูดความจริง คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องพูดจริง ทำจริง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาเห็นเช่นกันครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น วันหนึ่งคุณพ่อกำลังนั่งเล่นอยู่กับลูก คุณแม่เดินมาบอกว่า เพื่อนๆ โทรมาชวนออกไปสังสรรค์ จะบอกว่ายังไงดี คุณพ่อยิ้ม แล้วตอบว่า “บอกไปว่าพ่อหลับอยู่ ตอนเย็นต้องไปเยี่ยมคุณย่า คงไปไม่ได้” ซึ่งธรรมชาติเด็กจะ เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา โดยเริ่มจากบุคคลในครอบครัว และจะยึดตามสิ่งเหล่านั้นตลอดมา

ดังนั้น การหันมาพูดความจริง โดยเริ่มจากการอธิบายให้ลูกรู้ว่า ความจริงคือสิ่งที่ถูกต้อง แล้วจึงปฏิบัติเป็นตัวอย่าง เช่น ครั้งต่อไป คุณพ่อก็บอกเพื่อนๆ ไปเลยว่า “วันนี้ไม่สะดวก อยากอยู่บ้านเล่นกับลูก เอาไว้วันหน้าก็แล้วกันนะ” นี่ คือทางออกที่ดีที่สุด และยังทำให้ลูกเห็นอีกด้วยว่าเราให้ความสำคัญกับเขาเป็นอันดับแรก

พูดจริง ทำจริง พึ่งพิงได้ เพราะคุณเปรียบเสมือนไอดอลของลูก เมื่อลูกรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ลูกก็จะเลียนแบบพฤติกรรมตามไอดอลของเขา ในที่สุด แล้วบ้านของคุณก็จะไม่มีเด็กเลี้ยงแกะอีกต่อไป

ขอบคุณ นิตยาสาร รักลูก

Monday, August 30, 2010

ไซนัสในเด็ก

มารู้จักไซนัสในเด็กกันคะ

“ไซนัส” เป็นโพรงอากาศที่อยู่ภายในกะโหลกศีรษะส่วนใบหน้า มีทั้งหมด 4 คู่ คู่แรกอยู่บริเวณโหนกแก้ม คู่ที่สองอยู่บริเวณหัวคิ้วระหว่างลูกตา คู่ที่สามอยู่บริเวณหน้าผาก และคู่สุดท้ายอยู่บริเวณกลางกะโหลกศีรษะ โพรงไซนัสทำให้กะโหลกศีรษะน้ำหนักเบา ช่วยปรับอุณหภูมิและความชื้นของอากาศก่อนเข้าสู่ปอด และยังช่วยให้เกิดความก้องกังวานของเสียงอีกด้วย

ภาย ในโพรงไซนัสประกอบไปด้วยเยื่อบุ ขนกำจัดสิ่งแปลกปลอม และมีการผลิตมูกที่มีแอนติบอดีช่วยกันสิ่งสกปรก รวมทั้งเชื้อโรคที่เข้ามาในไซนัส ไม่ให้ลุกลามเข้าไปในเยื่อบุโพรงไซนัส ปกติโพรงไซนัสจะมีรูเปิดติดต่อโดยตรงกับโพรงจมูก ขนกำจัดสิ่งแปลกปลอมจะทำหน้าที่ขับมูกภายในไซนัสออกสู่โพรงจมูก เมื่อใดก็ตามที่มีการอุดตันของรูเปิดดังกล่าว ก็จะทำให้เกิดการคั่งค้างของมูกภายในโพรงไซนัส ซึ่งเป็นภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค จึงทำให้เกิดการอักเสบของไซนัสตามมา

ในเด็กเล็กๆ ถ้ามีการอักเสบของไซนัส มักเป็นไซนัสบริเวณโหนกแก้มและหัวคิ้วระหว่างลูกตา เนื่องจากไซนัสที่เหลือยังเจริญไม่เต็มที

Tuesday, August 24, 2010

น้ำฝน

ตอนนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนแล้ว น้ำฝนโปรยปรายมาไม่ขาดสาย ตอนเช้าแทบไม่อยากลุกขึ้นไปทำงาน ส่วนเด็กๆก้อนอนหลับกันสบาย ดูท่าไม่มีใครอยากลุกขึ้นกันเลย ลูกคนโตต้องไปโรงเรียนก้อต้องคอยปลุกให้มาอาบน้ำไม่อย่างนั้นไปโรงเรียนสายแน่ๆ ฝนกตกทีไรรถติดทุกที ส่วนคนเล็กยิ่งแล้วใหญ่ น่าสงสารเค้าจริงๆ เค้าไม่ต้องไปโรงเรียนแต่ก้อต้องอกจากบ้านพร้อมพี่คนโตด้วย เพราะคุณแม่ต้องไปส่งบ้านพี่เลี้ยงพร้อมไปส่งพี่สาวไปโรงเรียน เสร็จแล้วคุณแม่ก้อเลยไปทำงานเลย คุณแม่ยุคใหม่ก้อแบบนี้นะคะ เร่งรีบงานบ้าน จัดแจงลูกๆแล้วตัวเองก้อต้องรีบไปทำงานอีก จริงๆแล้วจะพูดถึงโรคแพ้นำ้ฝนนะคะเนี่ย คือว่าคุณแม่จะมีปัญหาโดนน้ำฝนไม่ได้ โดนทีไรเป็นหวัดทุกครั้งเลย เคยถามหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคแพ้น้ำฝน โดนแล้วเป็นหวัดทุกครั้ง ตอนนี้ลูกคนเล็กก้อมีอาการแบบเดียวกัน โดนแล้วจะมีน้ำมูกไหลทุกครั้ง ขนาดไม่ได้โดนมากมายนะคะ แ่ค่โปรยปรายมาโดนตัวเอง แต่เด็กก้อยังดูไม่ได้มากนักว่าใ่ช่หรือเปล่า เพราะกระหม่อมของเค้ายังบางอยู่น้ำฝนอาจจะเข้าไปทางกระหม่อมได้ น้ำฝนเดี๋ยวนี้มีเชื้อโรคปนอยู่เยอะแยะมันไม่สะอาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ก้อพูดยากนะคะหากเข้ากระหม่อมเค้าไป ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทานวิตามินซีเยอะๆจะดีที่สุด แล้วก้อหลีกเลี่ยงการโดนน้ำฝนคะ

Friday, August 20, 2010

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ฆ่าตัวตาย

ในยุคสมัยที่อะไรๆก้อเปลี่ยนไป มีสื่อต่างๆเข้ามามีอิทธิพลกับลูกของเรา ทำให้เราต้องคิดมากขึ้นในการเลี้ยงลูก จะดุด่าว่ากล่าวลูกสักครั้งต้องหาวิธีการร้อยแปดพันเก้า จะพูดยังงัยไม่ใ้ห้ลูกน้อยใจ จิปาถะ แล้ววันนี้ไปเจอบทความเรื่องนี้เข้า มานั่งคิดอยู่นานทีเดียวเลย เดี๋ยวนี้มันน่ากลัวจริงๆเลยนะ เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ลูกฆ่าตัวตาย สมัยเราทำไมเราไม่เห็นจะคิดแบบนี้เลยนะ ไม่ได้แล้ว ต้องรีบศึกษาว่ามีอะไรบ้าง

คุณสมบัติ 3 ประการที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับปัญหานี้คือ

- รู้จักตนเอง มีความภาคภูมิใจในตนเอง (Self Relization) หากเด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าตัวเองเป็นใคร รู้ความเป็นมาของตัวเอง ครอบครัวและชุมชน การตระหนักรู้นี้จะกลายเป็นพลังยึดเหนี่ยวจิตใจให้เด็กๆ รักและเห็นคุณค่าในตัวเอง

- มีความอดทน อดกลั้น สู้ปัญหา ล้มแล้วลุกได้ (Resilience) เด็กต้องพร้อมปรับตัวยืดหยุ่นและพลิกแพลง เพื่อเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ รับมือกับความขัดแย้งและความท้าทายใหม่ๆ ด้วยจิตใจที่อดทน และเข้มแข็ง


- มีเพื่อน (Social Network) รู้ว่าตัวเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งในสังคม รู้ว่าเมื่อมีปัญหาสามารถคุยกับเพื่อน ปรึกษาเพื่อนได้

หากพ่อแม่สามารถปลูกฝังคุณสมบัติทั้ง 3 อย่างนี้ลงไปในใจของลูก จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า (Worthless) ไม่รู้สึกไร้ความหวัง (Hopeless) หรือรู้สึกว่าไม่มีใครช่วยได้ (Helpless)

Thursday, August 19, 2010

ครอบครัวหากขาดแคลนการเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันแล้วย่อมจะทำให้ความรักที่เคยมีต่อกันค่อยๆจืดจางหายลงไป หมั่นเติมเต็มความห่วงใยใส่ใจดูแลซึ่งกันและกันเรื่อยๆนะคะ

Wednesday, August 18, 2010

ชีวิตครอบครัว

เคยมีความสงสัยทุกครั้งที่เห็นหลายๆครบอครัวที่แต่งงานอยู่กินกันมาเป็นสิบๆปีต้องมาแยกจากกัน ไม่เข้าใจว่าสาเหตุอะไรเหลอที่ทำให้เค้าต้องแยกจากกัน ความผูกพันธ์ ลูกน้อยกลอยใจ ไม่สามารถรั้งไว้ได้เลยเหลอ แต่พอมาวันนี้มาเจอกับตัวเลยทำให้เข้าใจว่า การที่คนเราต้องเก็บความรู้สึกอะไรเอาไว้นานๆ สักวันมันก้อคงต้องทนไม่ไหว ต้องมีการระบาย พูดคุย อย่าเก็บเอาไว้ อีกฝ่ายถ้าหากไม่พูดก้อไม่คิดจะรับรู้เลยว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่พอใจ ไม่เข้าใจ มันสะสมๆจนทำให้ฝ่ายที่เป็นผู้รับรับเสียจนล้นแก้วแล้ว เมื่อล้นแล้วจะทำยังงัยหละ ม้ันก้อไหลไปเรื่อยๆ หายไปๆไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยั้งหรือเก็บไว้ได้
ปัญหาต่างๆจะคลี่คลายไปได้ก้อด้วยการได้พูดคุยกันบ้าง หาทางแก้ไขปัญหานั้น แล้วทุกอย่างจะมีทางออกที่ดีให้กับครอบครัวคะ