Showing posts with label เพื่อน. Show all posts
Showing posts with label เพื่อน. Show all posts

Wednesday, November 12, 2014

คบกันด้วยอะไรยั่งยืนที่สุด

คบกันด้วยผลประโยชน์ ผลประโยชน์ไม่มีก็เลิกคบ
คบกันด้วยบารมี บารมีหมดก็ล้มเลิก
คบกันด้วยอำนาจ อำนาจหมดก็ทิ้ง
คบกันด้วยความพิศวาส ความพิศวาสหมดไปก็เจ็บปวด
มีเพียงคบกันด้วยใจ ถึงจะเป็นอมตะ
ทนุถนอมคนมีบุญวาสนากับเรา
ทนุถนอมเวลา คิดแต่สิ่งดี
รู้บุญคุณคน ให้ความจริงใจ คบกันด้วยใจ
มิตรภาพกัลปาวสาน

ปาฐกถาโดย ประธานาธิบดี สีจิ้งผิง ครั้งเมื่อเยือนเกาหลีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

Monday, August 11, 2014

นิทาน 3 เรื่อง บอกนิสัยคน

1. สมหวัง ไม่ชอบกินไข่ ทุกครั้งที่ได้ไข่มา
ก็ให้ สมนึก กิน

แรกๆ สมนึก ก็รู้สึก ขอบคุณสมหวัง แต่นานๆเข้า
สมนึก ก็เคยชิน เมื่อเกิดความเคยชิน ก็เหมือนกับเป็นหน้าที่ที่ สมหวัง ต้องทำ

จนมาวันหนึ่ง สมหวัง เอาไข่ให้ สมชาย
สมนึก ก็อารมณ์เสีย โดยลืมไปว่า ไข่นี้เป็นของสมหวัง สมหวังจะให้ใครก็ได้ สมนึกจึงทะเลาะกับสมหวัง เพราะเรื่องนี้ แล้วก็เลิกคบกัน

2. ฤดูร้อน ร้อนมาก
เพื่อนๆหลายคน ไปเดินเล่นกัน ไปถึงแม่น้ำ ก็เอาขาไปแช่น้ำกัน ปรากฏว่า รองเท้าของสมศรี ลอยตามน้ำไป

ระหว่างทางเดินกลับบ้าน พื้นถนนร้อนมากและ ต้องเดินไกล สมศรีจึงขอให้เพื่อนๆช่วย แต่ทุกคน มีรองเท้าแค่คู่เดียว สมศรี ไม่สบอารมณ์
เพราะเธอชอบ ขอให้คนอื่นช่วยเสมอ
และแค่ทำเป็นงอน ก็จะมีคน ยื่นมือเข้าช่วย
แต่ครั้งนี้ไม่ เธอจึงคิดว่า เพื่อนๆทุกคนใช้ไม่ได้ ไม่ยอมช่วยเหลือ แล้วก็มี สมปอง เอารองเท้าตัวเอง ให้สมศรีใส่ ยอมทนเท้าร้อน เดินต่อ
สมศรี ขอบคุณ สมปอง สมปองบอกสมศรีว่า

“เธอต้องจำไว้ว่า ไม่มีใคร มีหน้าที่ต้องช่วยเธอ
ที่ช่วยเธอ เพราะเป็นเพื่อนกัน ไม่ช่วยก็ไม่ผิด”

สมศรี จำคำพูดของสมปอง
ต่อแต่นี้ไป สมศรีก็ให้ความช่วยเหลือเพื่อน ๆ เป็น และด้วยความเต็มใจ

หลายครั้ง เรามักจะหวังให้ คนอื่นดีต่อเรา ตอนแรก เราก็ซาบซึ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราก็เคยชิน
เคยชินกับที่คนอื่นดีต่อเรา เหมือนเป็นหน้าที่ ที่เขาต้องดีต่อเรา เมื่อวันหนึ่ง ไม่ดีต่อเรา เราก็โมโห
ความจริง ไม่ใช่ว่า คนอื่นไม่ดีต่อเราแล้ว แต่เป็นเพราะ เราเรียกร้องมากขึ้น เคยชินกับการรับ ก็เลยลืมบุญคุณ เลิกซาบซึ้ง ลืมขอบคุณ

3. แพะตัวหนึ่ง เจอหมาป่า หมาป่าจะกินแพะ แพะจึงสู้
ใช้เขาสู้กับหมาป่า และก็ตะโกนขอให้เพื่อนๆช่วย

วัว มองมา เห็นเป็นหมาป่า ก็วิ่งหนีไป

ม้า มองมา เห็นเป็นหมาป่า ก็วิ่งหนีไปอีกตัว

ลา เห็นเป็นหมาป่า ก็เดินหนีไปอย่างเงียบ ๆ

หมู ผ่านมา เห็นเป็นหมาป่า ก็หายตัวไป

กระต่าย ได้ยิน วิ่งหนีแซงเพื่อน ๆ ไปทุกตัว

หมา ได้ยิน รีบวิ่งเข้ามา จะสู้กับหมาป่า

หมาป่าเห็นมีหมามาช่วย จึงวิ่งหนีไป แพะรอดตาย

กลับมาถึงบ้าน เพื่อนๆมาทุก “ตัว”

วัวบอก “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้เขาของข้า แทงทะลุท้องมัน”

ม้า “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้เกือกของข้า กระทืบมัน”

ลา “ทำไมไม่บอก ข้าจะร้องเสียงดัง ๆ
ให้หมาป่าตกใจตาย”

หมู “ทำไมไม่บอก ข้าจะใช้ปากของข้า พุ่งชนให้มันตกเขาไป”

กระต่าย “ทำไมไม่บอก ข้าวิ่งเร็ว ข้าจะไปส่งข่าวของความช่วยเหลือ

ในการพูดคุยกันอย่างเมามันนี้ ขาดอยู่”ตัว”เดียว คือ หมา

มิตรภาพที่แท้จริง ไม่ใช่ดูที่ คำพูด ที่แสนหวาน
แต่เป็น มือ ที่ยื่นให้ตอนคับขัน

พวกที่อยู่ล้อมหน้าล้อมหลังคุณ ทำให้คุณรู้สึกดี อาจจะไม่ใช่เพื่อนแท้ของคุณ

แต่กับเขา ที่ดูเหมือนห่างไกล แต่ใส่ใจคุณตลอดเวลา
ตอนคุณมีความสุข ไม่ไปสมทบ แต่ตอนคุณต้องการช่วยเหลือ จะทำเพื่อคุณอย่างเงียบๆ และเป็นห่วงใส่ใจคุณ
นั่นเป็นเพื่อนแท้ของคุณ..

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจากหน้าเฟส น.อ.ตะวัน นาครทรรพ

Friday, August 20, 2010

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ฆ่าตัวตาย

ในยุคสมัยที่อะไรๆก้อเปลี่ยนไป มีสื่อต่างๆเข้ามามีอิทธิพลกับลูกของเรา ทำให้เราต้องคิดมากขึ้นในการเลี้ยงลูก จะดุด่าว่ากล่าวลูกสักครั้งต้องหาวิธีการร้อยแปดพันเก้า จะพูดยังงัยไม่ใ้ห้ลูกน้อยใจ จิปาถะ แล้ววันนี้ไปเจอบทความเรื่องนี้เข้า มานั่งคิดอยู่นานทีเดียวเลย เดี๋ยวนี้มันน่ากลัวจริงๆเลยนะ เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ลูกฆ่าตัวตาย สมัยเราทำไมเราไม่เห็นจะคิดแบบนี้เลยนะ ไม่ได้แล้ว ต้องรีบศึกษาว่ามีอะไรบ้าง

คุณสมบัติ 3 ประการที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับปัญหานี้คือ

- รู้จักตนเอง มีความภาคภูมิใจในตนเอง (Self Relization) หากเด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าตัวเองเป็นใคร รู้ความเป็นมาของตัวเอง ครอบครัวและชุมชน การตระหนักรู้นี้จะกลายเป็นพลังยึดเหนี่ยวจิตใจให้เด็กๆ รักและเห็นคุณค่าในตัวเอง

- มีความอดทน อดกลั้น สู้ปัญหา ล้มแล้วลุกได้ (Resilience) เด็กต้องพร้อมปรับตัวยืดหยุ่นและพลิกแพลง เพื่อเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ รับมือกับความขัดแย้งและความท้าทายใหม่ๆ ด้วยจิตใจที่อดทน และเข้มแข็ง


- มีเพื่อน (Social Network) รู้ว่าตัวเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งในสังคม รู้ว่าเมื่อมีปัญหาสามารถคุยกับเพื่อน ปรึกษาเพื่อนได้

หากพ่อแม่สามารถปลูกฝังคุณสมบัติทั้ง 3 อย่างนี้ลงไปในใจของลูก จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า (Worthless) ไม่รู้สึกไร้ความหวัง (Hopeless) หรือรู้สึกว่าไม่มีใครช่วยได้ (Helpless)