Monday, July 4, 2016
ไม่อยากทำงานเพื่อหาเงินไปตลอดชีวิตหรอกนะ
จนวันนึงได้มาเจอโมเดลอาชีพที่คิดว่าตอบโจทย์แบบที่คิด คือ อยากเที่ยวได้เที่ยว อยากพักได้พัก แต่ช่วงแรกๆอาจจะต้องทุ่มเทเพื่อสร้างรากฐานให้เข้มแข็งเพื่อจะได้แบบที่อยากได้ แต่.....ตัวใหญ่ๆเลย ว่าติดที่ตัวเองนี่แหละที่ไม่ได้ลงมือทำให้มันเป็นไปอย่างที่อยากได้สักที อ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองก้อแล้ว ฟังคนที่เค้าอยากได้เหมือนเราแล้วคิดเหมือนเราเจอเหมือนเราก้อแล้ว เยอะแยะมากมาย ก้อยัง.....ยังไม่ได้เริ่มสักที อะไรนะที่ทำให้เราหยุดไม่ทำเพื่อให้ได้อย่างที่ใจอยากได้ อยากเที่ยว ไม่อยากทำงานไปตลอดแบบนี้ ทำไมนะ ขอต่อพระเจ้าขอให้สักวันลุกขึ้นมากล้าทำเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองอยากทำ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่อยากได้ เพื่อได้ไปใช้ชีวิตไม่ใช่มานั่งทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือน
วันนี้ขอใช้พื้นที่ตรงนี้บ่นนะคะ ไม่รู้มีใครคิดเหมือนกันบ้างหรือเปล่านะคะ
Monday, December 29, 2014
ชีวิตทำงาน
Tuesday, August 24, 2010
น้ำฝน
ตอนนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนแล้ว น้ำฝนโปรยปรายมาไม่ขาดสาย ตอนเช้าแทบไม่อยากลุกขึ้นไปทำงาน ส่วนเด็กๆก้อนอนหลับกันสบาย ดูท่าไม่มีใครอยากลุกขึ้นกันเลย ลูกคนโตต้องไปโรงเรียนก้อต้องคอยปลุกให้มาอาบน้ำไม่อย่างนั้นไปโรงเรียนสายแน่ๆ ฝนกตกทีไรรถติดทุกที ส่วนคนเล็กยิ่งแล้วใหญ่ น่าสงสารเค้าจริงๆ เค้าไม่ต้องไปโรงเรียนแต่ก้อต้องอกจากบ้านพร้อมพี่คนโตด้วย เพราะคุณแม่ต้องไปส่งบ้านพี่เลี้ยงพร้อมไปส่งพี่สาวไปโรงเรียน เสร็จแล้วคุณแม่ก้อเลยไปทำงานเลย คุณแม่ยุคใหม่ก้อแบบนี้นะคะ เร่งรีบงานบ้าน จัดแจงลูกๆแล้วตัวเองก้อต้องรีบไปทำงานอีก จริงๆแล้วจะพูดถึงโรคแพ้นำ้ฝนนะคะเนี่ย คือว่าคุณแม่จะมีปัญหาโดนน้ำฝนไม่ได้ โดนทีไรเป็นหวัดทุกครั้งเลย เคยถามหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคแพ้น้ำฝน โดนแล้วเป็นหวัดทุกครั้ง ตอนนี้ลูกคนเล็กก้อมีอาการแบบเดียวกัน โดนแล้วจะมีน้ำมูกไหลทุกครั้ง ขนาดไม่ได้โดนมากมายนะคะ แ่ค่โปรยปรายมาโดนตัวเอง แต่เด็กก้อยังดูไม่ได้มากนักว่าใ่ช่หรือเปล่า เพราะกระหม่อมของเค้ายังบางอยู่น้ำฝนอาจจะเข้าไปทางกระหม่อมได้ น้ำฝนเดี๋ยวนี้มีเชื้อโรคปนอยู่เยอะแยะมันไม่สะอาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ก้อพูดยากนะคะหากเข้ากระหม่อมเค้าไป ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทานวิตามินซีเยอะๆจะดีที่สุด แล้วก้อหลีกเลี่ยงการโดนน้ำฝนคะ
Tuesday, June 8, 2010
งานครัวง่ายได้เพราะมีผู้ช่วย


แม่บ้านยุคใหม่ต้องทำงาน เลี้ยงลูก ทำอาหาร เรื่องทำอาหารนี่สิเรื่องใหญ่เพราะจะให้ซื้อทานนอกบ้านก้อเกรงว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะ มีสารเจือปน มีผงชูรสเยอะไป จิปาถะเหตุผล เราจึงยอมสละเวลามาทำอาหารทานเองหลังจากเลิกงาน โดยเฉพาะวันหยุดจะมีเมนูมากเป็นพิเศษ การหาผู้ช่วยเพื่อให้การทำอาหารสะดวกรวดเร็วขึ้นจึงเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ คือกำลังจะบอกว่า ได้ไปเจอสิีนค้าตัวนี้ เครื่องบีบน้ำมะนาว ซึ่งทำจากไม้สัก บานพับทำจากทองเหลือง ซึ่งถูกสุขลักษณะไม่เป็นสนิม และไม่มีสารเคมีปนเปื้อน อุดหนุนสินค้าไทย ภูมิปัญญาไทย แล้วลองใช้มาแล้วสะดวก รวดเร็ว ง่ายในการใช้ ลองดูภาพกันนะคะ
แม่บ้านยุคใหม่อย่างเราต้องแบบนี้คะ
Friday, April 2, 2010
Easy Fit After Work
2. Home Foot Spa: เอากะละมังใบเหมาะขนาดวางเท้าทั้งสองได้สบายๆ ใส่น้ำอุ่นๆ หยดน้ำมันหอมๆ กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นกุหลาบ หรือถ้าจะโรยกลีบกุหลาบหรือลอยดอกมะลิก็ไม่ว่ากัน แช่เท้าสักพักในน้ำอุ่นๆ ขณะแช่น้ำก็ขยับปลายเท้านิ้วเท้าไปเรื่อยๆ ยิ่งดีใหญ่ 
3. Neck Excercise: พอสบายเท้าแล้วก็มายืดคลายเนื้อต้นคอกัน คุณแม่นั่งสบายๆ เอามือทั้งสองประสานแล้วมาวางที่ศีรษะเหนือท้ายทอย ค่อยๆ กดมือพร้อมกับก้มศีรษะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หายใจเข้าออกลึกๆ พร้อมกับนับ 1-10 แล้วเงยหน้าขึ้นช้าๆ ท่านี้จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้นจากการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อต้นคอ ต่อไปยังคงวางมือประสานกันที่เหนือท้ายทอยดังเดิม แต่พยายามดันศีรษะต้านแรงกับมือที่ทิ้งน้ำหนักบนศีรษะ นับ 1-10
4. Twist...Left & Right: ท่าสุดท้ายคุณแม่ลุกขึ้นยืนหลังตรงแยกปลายเท้าพอสมควร มือวางที่บั้นเอว ค่อยๆ บิดตัวไปทางซ้ายแล้วกลับหันหน้าตรง บิดตัวทางขวาแล้วหันหน้าตรง ทำข้างละ 5 ครั้ง แล้วนั่งพักผ่อนตามอัธยาศัย อย่าลืมว่าควรพักสัก 15-20 นาที ก่อนจะลุกไปกินอาหารเย็น หรือจะพักนานกว่านั้นก็ได้ตามแต่สะดวก
ทำทุกท่าครบแล้วอย่าลืมการ ฝึกขมิบและการบริหารหน้าอกนะคะ การบริหารยิ่ง Fit & Firm ประโยชน์ล้นเหลือเชียวล่ะ
ขอบคุณบทความดีๆจาก momypedia คะ
Monday, March 22, 2010
คุณแม่ผ่อนคลาย
1. ฟังเพลง
คุณแม่เลือกฟังเพลงเบา ๆ โดยเฉพาะเพลงประเภท Meditation ที่มีเพียงเสียงดนตรีบรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ อย่างเสียงคลื่น เสียงน้ำตก หรือเสียงนกร้อง จะช่วยเรียกสมาธิคืนสู่สมองและจิตใจภายในเวลาสั้น
2. อาบน้ำ
อาบน้ำด้วยเจลอาบ น้ำที่มีส่วนผสมของคาโบมายล์โดยอุณหภูมิของน้ำอุ่นกำลังดี น้ำอุ่นๆ จะช่วยให้ร่างกายที่เครียดและเหนื่อยล้าผ่อนคลาย และจะพิเศษยิ่งขึ้นก็ต่อเมื่อคุณแม่จดจ่อรู้ทุกขณะที่น้ำไหลผ่านตัว
3. เล่นโยคะ
โยคะท่าง่ายๆ เล่นแบบสบายๆ ในห้องนอนสัก 10- 30 นาทีหรือว่านานกว่านั้น ก่อนไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จะช่วยให้คุณแม่ค่อยๆ ผ่อนคลายสบายตัวขึ้น
4. นอนสมาธิ
ก่อนลุกออกจาก ที่นอนตอนเช้า หรือหลังจากล้มตัวลงนอน คุณแม่ก็สามารถทำสมาธิได้ด้วยการนอนหงาย วางมือทั้งสองประสานไว้บนอก หลับตา หายใจเข้า-ออกลึกๆ 3 ครั้ง ถ้าจิตยังไม่สงบ ให้เพิ่มการนับเลขเข้าไปด้วยก็ได้
5. หามุมสงบส่วนตัว
หาเวลาสงบสักวันละ 5-10 นาที อยู่ในที่เงียบๆ อากาศดีๆ นั่งผ่อนคลายอารมณ์ ทำจิตใจให้ว่างเปล่า ปล่อยให้ใจล่องลอยไปเรื่อยๆ ทิ้งความกังวลและปัญหาต่างๆ ไปชั่วคราว หายใจเข้าออกช้าๆ จะช่วยเติมพลังความสดใสให้กลับมา
6. เขียนไดอารี่
เสมือนเปิด ประตูอารมณ์ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ไหลลงสู่หน้ากระดาษ การถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขึ้น เพราะระหว่างเขียนไดอารี่เป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดีที่สุด
อาจจะเลือกช่วงเช้าก่อนเจ้าตัวเล็กตื่น หรือตอนกลางคืนหลังลูกหลับไปแล้วก็ได้ค่ะ เพียงวันละ 10-30 นาทีทุกวัน ก็จะช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างสมาธิ อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลชีวิตได้เป็นอย่างดี

