Showing posts with label ทำงาน. Show all posts
Showing posts with label ทำงาน. Show all posts

Monday, July 4, 2016

ไม่อยากทำงานเพื่อหาเงินไปตลอดชีวิตหรอกนะ

ทำไมเราต้องทำงานแล้วก้อทำงานเพื่อหาเงิน แล้วทำไมหากไม่ทำงานแล้วถึงไม่มีเงิน เป็นคำถามที่ที่แอบคิดมาตลอดเลยคะ คือเราเป็นคนขี้เกียจหรือเปล่า ก้อไม่นะ ขยันอยู่นะ หากได้รับมอบหมายให้ทำงานอะไรก้อจะทำเต็มที่และเต็มความสามารถ แต่แค่บางอารมณ์อยากเที่ยว อยากหยุด อยากพัก แต่พอเขียนใบลาเพื่อจะลาหยุดยาวๆก้อจะมีสีหน้าหรือคำถามอะไรเยอะแยะมากมาย ซึ่งทำให้เราอึดอัดและคิดทุกครั้งว่าเวลาทำงานทำเต็มที่นะ แต่ทำไมเวลาจะลาแบบยาวพักๆๆๆให้หายล้าหายเหนื่อยจะต้องมีคำถามเยอะแยะมากมายพร้อมสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจ พอคิดจะลาออกก้อยังไม่มีงานใหม่รองรับก้อต้องมีงานใหม่ก่อน หรือถ้าจะออกแบบยังไม่มีงานใหม่รองรับก้อมีภาระค่าใช้จ่ายอีก ไม่นะไม่เข้าใจ ทำไมเราไม่ได้ใช้ชีวิตแบบที่มันสบายๆ อยากเที่ยวได้เที่ยว อยากพักได้พัก คิด คิด คิด และ คิด

จนวันนึงได้มาเจอโมเดลอาชีพที่คิดว่าตอบโจทย์แบบที่คิด คือ อยากเที่ยวได้เที่ยว อยากพักได้พัก แต่ช่วงแรกๆอาจจะต้องทุ่มเทเพื่อสร้างรากฐานให้เข้มแข็งเพื่อจะได้แบบที่อยากได้ แต่.....ตัวใหญ่ๆเลย ว่าติดที่ตัวเองนี่แหละที่ไม่ได้ลงมือทำให้มันเป็นไปอย่างที่อยากได้สักที อ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองก้อแล้ว ฟังคนที่เค้าอยากได้เหมือนเราแล้วคิดเหมือนเราเจอเหมือนเราก้อแล้ว เยอะแยะมากมาย ก้อยัง.....ยังไม่ได้เริ่มสักที อะไรนะที่ทำให้เราหยุดไม่ทำเพื่อให้ได้อย่างที่ใจอยากได้ อยากเที่ยว ไม่อยากทำงานไปตลอดแบบนี้ ทำไมนะ ขอต่อพระเจ้าขอให้สักวันลุกขึ้นมากล้าทำเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองอยากทำ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่อยากได้ เพื่อได้ไปใช้ชีวิตไม่ใช่มานั่งทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือน

วันนี้ขอใช้พื้นที่ตรงนี้บ่นนะคะ ไม่รู้มีใครคิดเหมือนกันบ้างหรือเปล่านะคะ


Monday, December 29, 2014

ชีวิตทำงาน

นั่งมองดูตัวเองย้อนกลับไป ทำไมไม่เชื่อผู้ใหญ่ที่แนะนำในอดีตให้ทำงานเก็บเงินแล้วหลังจากนั้นให้ออกไปค้นหาชีวิต อย่าทำงานเพื่อเงินอย่างเดียวแต่จงทำงานเพื่อหาประสบการณ์และเพื่อพัฒนาตัวเอง  จริงนะ ก่อนหน้านี้ทำงานไปเรื่อยๆไม่เคยคิดพัฒนาตัวเองเลย คุณค่าของตัวเราอยู่ที่ไหนกันนะ ทำไมเราต้องทำงานแบบนี้อยู่ เราต้องได้ดีกว่านี้สิ เหล่านี้เป็นคำบ่นที่คิดว่าหลายๆคนก้อคิดเหมือนกัน ยังคะยังไม่สายที่จะพัฒนาตัวเองและก้าวออกไปในชีวิตจริงที่งานประจำไม่ตอบโจทย์อีกแล้ว ต้องทำอย่างอื่น ต้องก้าวออกไปค้นหาชีวิตที่แท้จริง อย่าเอาเวลา 8 ชั่วโมงต่อวันมานั่งทำงาน เรายังสามารถทำอะไรได้อีกเยอะมากกว่านี้ จะรออยู่ใย งั้ันก้อทำเลย 

Tuesday, August 24, 2010

น้ำฝน

ตอนนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนแล้ว น้ำฝนโปรยปรายมาไม่ขาดสาย ตอนเช้าแทบไม่อยากลุกขึ้นไปทำงาน ส่วนเด็กๆก้อนอนหลับกันสบาย ดูท่าไม่มีใครอยากลุกขึ้นกันเลย ลูกคนโตต้องไปโรงเรียนก้อต้องคอยปลุกให้มาอาบน้ำไม่อย่างนั้นไปโรงเรียนสายแน่ๆ ฝนกตกทีไรรถติดทุกที ส่วนคนเล็กยิ่งแล้วใหญ่ น่าสงสารเค้าจริงๆ เค้าไม่ต้องไปโรงเรียนแต่ก้อต้องอกจากบ้านพร้อมพี่คนโตด้วย เพราะคุณแม่ต้องไปส่งบ้านพี่เลี้ยงพร้อมไปส่งพี่สาวไปโรงเรียน เสร็จแล้วคุณแม่ก้อเลยไปทำงานเลย คุณแม่ยุคใหม่ก้อแบบนี้นะคะ เร่งรีบงานบ้าน จัดแจงลูกๆแล้วตัวเองก้อต้องรีบไปทำงานอีก จริงๆแล้วจะพูดถึงโรคแพ้นำ้ฝนนะคะเนี่ย คือว่าคุณแม่จะมีปัญหาโดนน้ำฝนไม่ได้ โดนทีไรเป็นหวัดทุกครั้งเลย เคยถามหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคแพ้น้ำฝน โดนแล้วเป็นหวัดทุกครั้ง ตอนนี้ลูกคนเล็กก้อมีอาการแบบเดียวกัน โดนแล้วจะมีน้ำมูกไหลทุกครั้ง ขนาดไม่ได้โดนมากมายนะคะ แ่ค่โปรยปรายมาโดนตัวเอง แต่เด็กก้อยังดูไม่ได้มากนักว่าใ่ช่หรือเปล่า เพราะกระหม่อมของเค้ายังบางอยู่น้ำฝนอาจจะเข้าไปทางกระหม่อมได้ น้ำฝนเดี๋ยวนี้มีเชื้อโรคปนอยู่เยอะแยะมันไม่สะอาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ก้อพูดยากนะคะหากเข้ากระหม่อมเค้าไป ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทานวิตามินซีเยอะๆจะดีที่สุด แล้วก้อหลีกเลี่ยงการโดนน้ำฝนคะ

Tuesday, June 8, 2010

งานครัวง่ายได้เพราะมีผู้ช่วย


แม่บ้านยุคใหม่ต้องทำงาน เลี้ยงลูก ทำอาหาร เรื่องทำอาหารนี่สิเรื่องใหญ่เพราะจะให้ซื้อทานนอกบ้านก้อเกรงว่าจะไม่ถูกสุขลักษณะ มีสารเจือปน มีผงชูรสเยอะไป จิปาถะเหตุผล เราจึงยอมสละเวลามาทำอาหารทานเองหลังจากเลิกงาน โดยเฉพาะวันหยุดจะมีเมนูมากเป็นพิเศษ การหาผู้ช่วยเพื่อให้การทำอาหารสะดวกรวดเร็วขึ้นจึงเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ คือกำลังจะบอกว่า ได้ไปเจอสิีนค้าตัวนี้ เครื่องบีบน้ำมะนาว ซึ่งทำจากไม้สัก บานพับทำจากทองเหลือง ซึ่งถูกสุขลักษณะไม่เป็นสนิม และไม่มีสารเคมีปนเปื้อน อุดหนุนสินค้าไทย ภูมิปัญญาไทย แล้วลองใช้มาแล้วสะดวก รวดเร็ว ง่ายในการใช้ ลองดูภาพกันนะคะ

แม่บ้านยุคใหม่อย่างเราต้องแบบนี้คะ

Friday, April 2, 2010

Easy Fit After Work

1. Put Your Feet Up: การได้นั่งยกเท้าขึ้นวางบนเก้าอี้หรืออะไรที่สูงจากพื้นหน่อย พร้อมกับดื่มเครื่องดื่มที่ถูกใจ จะช่วยให้การไหลเวียนกลับของเลือดบริเวณปลายเท้าและน่องดีขึ้น คุณแม่จะรู้สึกถึงการผ่อนคลายได้อย่างง่ายดาย

2. Home Foot Spa: เอากะละมังใบเหมาะขนาดวางเท้าทั้งสองได้สบายๆ ใส่น้ำอุ่นๆ หยดน้ำมันหอมๆ กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นกุหลาบ หรือถ้าจะโรยกลีบกุหลาบหรือลอยดอกมะลิก็ไม่ว่ากัน แช่เท้าสักพักในน้ำอุ่นๆ ขณะแช่น้ำก็ขยับปลายเท้านิ้วเท้าไปเรื่อยๆ ยิ่งดีใหญ่

3. Neck Excercise: พอสบายเท้าแล้วก็มายืดคลายเนื้อต้นคอกัน คุณแม่นั่งสบายๆ เอามือทั้งสองประสานแล้วมาวางที่ศีรษะเหนือท้ายทอย ค่อยๆ กดมือพร้อมกับก้มศีรษะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หายใจเข้าออกลึกๆ พร้อมกับนับ 1-10 แล้วเงยหน้าขึ้นช้าๆ ท่านี้จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้นจากการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อต้นคอ ต่อไปยังคงวางมือประสานกันที่เหนือท้ายทอยดังเดิม แต่พยายามดันศีรษะต้านแรงกับมือที่ทิ้งน้ำหนักบนศีรษะ นับ 1-10

4. Twist...Left & Right: ท่าสุดท้ายคุณแม่ลุกขึ้นยืนหลังตรงแยกปลายเท้าพอสมควร มือวางที่บั้นเอว ค่อยๆ บิดตัวไปทางซ้ายแล้วกลับหันหน้าตรง บิดตัวทางขวาแล้วหันหน้าตรง ทำข้างละ 5 ครั้ง แล้วนั่งพักผ่อนตามอัธยาศัย อย่าลืมว่าควรพักสัก 15-20 นาที ก่อนจะลุกไปกินอาหารเย็น หรือจะพักนานกว่านั้นก็ได้ตามแต่สะดวก

ทำทุกท่าครบแล้วอย่าลืมการ ฝึกขมิบและการบริหารหน้าอกนะคะ การบริหารยิ่ง Fit & Firm ประโยชน์ล้นเหลือเชียวล่ะ

ขอบคุณบทความดีๆจาก momypedia คะ

Monday, March 22, 2010

คุณแม่ผ่อนคลาย

ในฐานะแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านไปด้วย รับภาระแม่บ้านผู้แสนดี ดูแลลูก ทำอาหาร มีบางครั้งทำหน้านิ่วขมวด เหนื่อยใจ อะไรก้อไม่ได้ดั่งใจ เหมือนที่เรากำลังเป็นอยู่ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหาทางคลายเครียดให้ตัวเองบ้าง ลองใช้วิธีที่แนะนำดูสิคะ เผื่อจะดีขึ้นคะ


1. ฟังเพลง
คุณแม่เลือกฟังเพลงเบา ๆ โดยเฉพาะเพลงประเภท Meditation ที่มีเพียงเสียงดนตรีบรรเลงหรือเสียงธรรมชาติ อย่างเสียงคลื่น เสียงน้ำตก หรือเสียงนกร้อง จะช่วยเรียกสมาธิคืนสู่สมองและจิตใจภายในเวลาสั้น

2. อาบน้ำ
อาบน้ำด้วยเจลอาบ น้ำที่มีส่วนผสมของคาโบมายล์โดยอุณหภูมิของน้ำอุ่นกำลังดี น้ำอุ่นๆ จะช่วยให้ร่างกายที่เครียดและเหนื่อยล้าผ่อนคลาย และจะพิเศษยิ่งขึ้นก็ต่อเมื่อคุณแม่จดจ่อรู้ทุกขณะที่น้ำไหลผ่านตัว

3. เล่นโยคะ
โยคะท่าง่ายๆ เล่นแบบสบายๆ ในห้องนอนสัก 10- 30 นาทีหรือว่านานกว่านั้น ก่อนไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จะช่วยให้คุณแม่ค่อยๆ ผ่อนคลายสบายตัวขึ้น

4. นอนสมาธิ
ก่อนลุกออกจาก ที่นอนตอนเช้า หรือหลังจากล้มตัวลงนอน คุณแม่ก็สามารถทำสมาธิได้ด้วยการนอนหงาย วางมือทั้งสองประสานไว้บนอก หลับตา หายใจเข้า-ออกลึกๆ 3 ครั้ง ถ้าจิตยังไม่สงบ ให้เพิ่มการนับเลขเข้าไปด้วยก็ได้

5. หามุมสงบส่วนตัว
หาเวลาสงบสักวันละ 5-10 นาที อยู่ในที่เงียบๆ อากาศดีๆ นั่งผ่อนคลายอารมณ์ ทำจิตใจให้ว่างเปล่า ปล่อยให้ใจล่องลอยไปเรื่อยๆ ทิ้งความกังวลและปัญหาต่างๆ ไปชั่วคราว หายใจเข้าออกช้าๆ จะช่วยเติมพลังความสดใสให้กลับมา

6. เขียนไดอารี่
เสมือนเปิด ประตูอารมณ์ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ไหลลงสู่หน้ากระดาษ การถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขึ้น เพราะระหว่างเขียนไดอารี่เป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดีที่สุด

อาจจะเลือกช่วงเช้าก่อนเจ้าตัวเล็กตื่น หรือตอนกลางคืนหลังลูกหลับไปแล้วก็ได้ค่ะ เพียงวันละ 10-30 นาทีทุกวัน ก็จะช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างสมาธิ อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลชีวิตได้เป็นอย่างดี