Showing posts with label พฤติกรรม. Show all posts
Showing posts with label พฤติกรรม. Show all posts

Monday, June 21, 2010

17 ข้อบอกว่าลูกเป็นออทิสติก

"ทราบได้อย่างไรว่าลูกเป็นออทิสติก" ศ.พญ.เพ็ญแข ลิ้มศิลา มีคำตอบมาบอกกันค่ะ ว่าถ้าลูกมีพฤติกรรม ดังต่อไปนี้ก็เข้าข่ายเป็นออทิสติกแล้วล่ะ

1. ดูด นมได้ไม่ดี 2. เงียบเฉยเกินไป 3. ไม่สนใจ ให้ใครกอดรัด 4. ไม่ชอบให้ใครมายุ่ง 5. ไม่สนใจใคร แต่บางรายอาจติดคนมากจนผิดปกติ 6. ไม่สบตา 7. ไม่ แสดงท่าทาง หรือส่งเสียงเรียก 8. ไม่สนใจที่จะให้ใคร อุ้ม 9. ไม่สนองตอบด้านอารมณ์ 10. ไม่ลอก เลียนแบบ 11. ไม่ส่งเสียงไม่อ้อแอ้ 12. ชี้นิ้วไม่เป็น 13. เรียกให้คนอื่นเล่นด้วยไม่เป็น 14. ท่า ทางเฉยเมย ไร้อารมณ์เมื่อถูกชักชวนให้เล่น หน้าจะเรียบเฉยมากหากสังเกตดูดีๆ จะมีแววเศร้า 15. ไม่แสดงอาการดีใจให้เห็นหรือทักทายคนที่เด็กชอบ หรือหากแสดงก็มากเกินไป 16. ผูกพัน กับสิ่งของอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ ถ้าดึงออกจะกรีดร้องอยู่นาน 17. พ่อ แม่หรือคนเลี้ยงดูสังเกตได้ว่าลูกไม่เหมือนเด็กอื่น

ทั้ง หมดนี้เป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่ควรเฝ้าสังเกตลูกให้ดี หากพบต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป และช่วยเหลือให้มีการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้น

Friday, May 14, 2010

หยุดพฤติกรรมไม่ดีของเด็ก


วันนี้มีบทความเรื่องการระงับยับยั้งไม่ให้ลูกมีินิสัยไม่ดีด้วยวิธีการนุ่มนวลที่คุณแม่ และคุณพ่อต้องศึกษาคะ
คัดลอกบทความดีๆมาจาก มัมมี่พีเดียคะ

1. เจ้านายวัยอนุบาล

ท่าทาง ชี้นิ้วสั่งจะเอาโน่นเอานี่ หากมองในแง่บวกก็ถือเป็นเรื่องดีที่น้องหนูบอกความต้องการของตัวเองได้ ชัดเจน แต่หากปล่อยไปนานๆ อาจจะกลายเป็นเด็กที่ทำอะไรไม่เป็น ดีแต่สั่งคนอื่น ทำให้เพื่อนไม่อยากคบด้วย ฉะนั้นต้องช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะรักษาเพื่อนหรือมิตรภาพเอาไว้ค่ะ

ช่วยปรับพฤติกรรม

* เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กวัยนี้จะเลียนแบบการใช้ภาษาจากผู้ใหญ่ เช่น เวลาผู้ใหญ่ชอบสั่งเด็กว่า ไปล้างมือก่อนเดี๋ยวนี้นะ เขาก็จะจำมาทำตาม ให้เปลี่ยนมาใช้ประโยคขอร้องหรือชักชวนค่ะ เช่น "ไปล้างมือก่อนดีมั้ยจ๊ะ จะได้กินข้าวพร้อมกัน"

* ให้ ลูกเรียนรู้วิธีเจรจาต่อรองแบบสุภาพแทนคำสั่ง เมื่อบอกให้น้องหนูเก็บของเล่น แต่แกขอต่อรูปจิ๊กซอว์นี้ให้เสร็จก่อน ก็ยืดหยุ่นให้ลูกบ้างนะคะ


2. โกหกพกลม

เด็ก วัยนี้เพิ่งจะเรียนรู้การแยกแยะระหว่างเรื่องจริงและเรื่องจินตนาการมาได้ ไม่นาน เด็กส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจหรือรู้สึกผิดว่าพูดโกหกจนกว่าจะเริ่ม 4 ขวบไปแล้ว แต่บางครั้งก็ต้องโกหกเพื่อปกปิดความจริงที่จะทำให้พ่อแม่หน้าหุบหรือเหี่ยว อย่างกะทันหัน

ช่วยปรับพฤติกรรม

* อย่าตกใจหรือถามทำนองประชด เช่น "ช้างที่ไหนมาวิ่งในบ้านชั้นจนแจกันหล่นมาแตกยะ" แต่ควรมองที่ปัญหาและหาทางแก้ตรงจุด เช่น "แจกันของคุณย่าตกลงมาแตก นี่คือเหตุผลว่าต่อไปนี้ เราจะไม่วิ่งเล่นในบ้าน"

* อย่า เรียกลูกว่าเด็กเลี้ยงแกะ หรือเด็กขี้โกหก เพราะแกยังไม่เข้าใจความหมายเปรียบเทียบเชิงอุปมาอุปไมย ซ้ำยังเท่ากับไปติดป้ายให้ลูกเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ

* อย่า ยั่วยุให้เกิดการโกหก เคยดูรายการทีวี เขาให้คุณครูถือขนมเค้กไปในชั้นเรียนอนุบาล แล้วครูบอกว่า เดี๋ยวครูไปเอามีดมาแบ่งเค้ก ห้ามใครแอบขโมยกินก่อนนะ ปรากฏว่าหนูๆ เอาแต่จ้องแล้วก็มีวิธีที่จะให้นิ้วเปื้อนเค้ก จะได้แอบลิ้มรส พอครูกลับมา ไม่มีใครยอมรับสักคน แถมช่วยคิดหาข้ออ้างมาชี้แจงเหตุผลเสร็จสรรพค่ะ

* ให้ คำชมลูก เมื่อลูกยอมรับความจริงในสิ่งที่ทำผิด พร้อมทั้งบอกลูกถึงเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ควรทำสิ่งนี้ในคราวต่อไป อย่าทำให้ลูกรู้สึกว่าบอกความจริงโดนหนักกว่าโกหก

3. กัด ฟัด ผลัก

เด็ก บางคนอาจจะยังแสดงออกด้านอารมณ์ไม่ชัดเจน หรือไม่รู้จะทำยังไงเมื่อโกรธ โมโห และอารมณ์เสีย จะว่าไปการกัดหรือตีเพื่อนแรงๆ ก็เป็นพฤติกรรมเชิงอำนาจของคนตัวเล็ก ที่เรียกร้องให้คนอื่นสนใจความรู้สึกของตนอย่างได้ผลเชียวค่ะ

ช่วย ปรับพฤติกรรม

* หยุดการกระทำนั้นโดยทันที แล้วแยกเด็กออกจากกัน

* บอกน้องหนูที่เป็นฝ่ายทำร้ายเพื่อนด้วยเสียงหนักแน่นว่า ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ เพราะเพื่อนเจ็บ ถ้าหนูโดนกัดหนูก็เจ็บ

* ถ้าคุณคิดว่า Time out ไม่ ได้ผลในกรณีแบบนี้ ให้พาไปทำกิจกรรมอื่น เช่น ดูการ์ตูน เล่นเกม ร้องเพลง เล่านิทาน ที่เกี่ยวกับเพื่อนๆ รักและช่วยเหลือกัน เพื่อให้คลายความว้าวุ่นในใจลงไป แล้วจึงพาไปขอโทษเพื่อน

* สังเกตว่าเด็กจะอารมณ์เสียและมีพฤติกรรมนี้ในช่วงเวลาไหน ขณะทำกิจกรรมอะไร จะได้หาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำสองอีก

4. คำที่ไม่น่าฟัง

บาง คำได้ยิน แล้วทำเอาช็อก เช่น "หนูเกลียดแม่" "ไปตายซะ" ความจริงแล้วเขาไม่ได้เกลียดคุณหรอกค่ะ แค่ต้องการระเบิดอารมณ์กับคนใกล้ตัวเพื่อความสะใจ ผู้ใหญ่บางคนก็เคยเป็นค่ะ

ช่วย ปรับพฤติกรรม

* หายใจเข้าลึกๆ ถ้ายิ่งแว้ดใส่ลูก ก็เท่ากับยิ่งเร่งให้ลูกอารมณ์เสียและตอบโต้คุณแรงขึ้น

* อธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จริงจัง แต่ไม่ประชด เช่น "รู้นะว่าหนูอยากเล่นต่อ แต่เราต้องไปแล้ว เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณย่ารอกินข้าวเย็น อาทิตย์หน้าค่อยมาใหม่"

* บอกต่อด้วยว่าคุณไม่ชอบที่ลุกทำแบบนี้ เช่น "ทีหลังอย่าพูดแบบนี้อีก แม่เสียใจนะ ถ้าอยากเล่นให้บอกว่าไม่อยากกลับ ลูกต้องพูดเพราะๆ เราไม่พูดคำนี้กับคนในครอบครัวนะ"

* วิธี สุดท้าย คุณพ่ออาจจะเป็นฝ่ายเข้ามาช่วยให้ลูกสงบและอธิบายเหตุผล เสร็จแล้วจะให้ไปขอโทษคุณแม่ค่ะ เช่น น้องเอมขอโทษครับที่ทำให้แม่เสียใจ เรื่อง..... เอมรักแม่ครับ

พฤติกรรม สุดแย่แบบไหน ถ้าไม่อยากให้น้องหนูทำจนชินเป็นนิสัย ผู้ใหญ่ต้องทำตัวอย่างที่ดีให้เห็น และที่สำคัญอย่าลืมจัดการกับอารมณ์ของตัวเราก่อนจะจัดการพฤติกรรมของน้องหนู นะคะ