Showing posts with label ผู้นำ. Show all posts
Showing posts with label ผู้นำ. Show all posts

Thursday, March 12, 2015

คำพูดที่ควรพูดสำหรับผู้นำคะ

ชอบมากคะ ขอเอามาเก็บไว้ในบล๊อกไว้อ่านนะคะ

คำพูดที่ผู้นำมักพูดทุกวัน ไม่เป็นผู้นำก้อพูดได้นะคะ เพราะเรามีความเป็นผู้นำอยู่ในตัวอยู่แล้วทุกคนคะ เป็นคำพูดที่ผู้ที่ได้ยินรู้สึกดี และเราก้อรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

1. What do you think? ถามหาความคิดเห็น
เจ้านายที่ดีจะรู้ว่า ลูกน้องของคุณเป็นแหล่งไอเดียใหม่ๆที่เกิดขึ้นได้ไม่ซ้ำกัน เพราะแต่ละคนมีความคิดแตกต่างกัน และเมื่อนายจ้างถามลูกน้องว่ามีความคิดเห็นอะไรบ้าง โดยแสดงความสนใจว่าความคิดเห็นของลูกน้องคุณนั้นมีประโยชน์ต่อการทำงานเป็นอย่างมา

2. I trust you พูดแสดงออกให้ลูกน้องรู้ว่าคุณเชื่อใจเขา
ลูกน้องทุกคนย่อมต้องการให้นายจ้างของพวกเขาไว้ใจ และเมื่อลูกน้องเห็นว่านายจ้างแสดงออกถึงความเชื่อใจแล้ว พวกเขาก็พร้อมทำงานให้ออกมาดีด้วยความซื่อตรง และไว้ใจนายจ้างกลับด้วย

3. I know you can do it ผมรู้ว่าคุณทำได้
คำพูดให้กำลังใจเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกน้อง ทำให้ลูกน้องมีความมั่นใจในการทำงาน งานที่ออกมาก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

4. It's not your Fault ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดคุณ
บางครั้งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นและไม่มีลูกน้องคนไหนสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ อย่ากล่าวโทษ เพราะทุกคนสามารถผิดพลาดกันได้ บอกให้ลูกน้องรู้ว่าสิ่งนี้เราสามารถแก้ไขมันร่วมกันได

5. I'm proud of you ภูมิใจในตัวพวกคุณ
ทุกคนชอบฟังคนรอบข้าง ไม่ว่าจะพ่อแม่ เจ้านาย หรือคนรอบข้างกล่าวชื่นชม ว่าเขาภูมิใจในตัวพวกเขา โดยเฉพาะคำชมจากเจ้านายว่าภูมิใจในผลงานที่ลูกน้องทำ ช่วยเพิ่มกำลังใจในการทำงาน

6. Please ใช้คำพูดเชิงขอ มากกว่าการออกคำสั่ง
ไม่ว่าเจ้านายหรือลูกน้อง ทุกคนไม่ชอบถูกสั่งงาน ปรับเปลี่ยนวิธีการพูดใหม่ เลือกคำพูดที่ไม่เหมือนการออกคำสั่ง ใช้ถ้อยคำที่สุภาพเมื่อต้องการให้ลูกน้องทำงานให้

7. Thank you ขอบคุณ
เชื่อหรือไม่ว่า 58% ของการสำรวจลูกน้องในที่ทำงานชอบให้นายจ้างกล่าวแสดงการขอบคุณเมื่อลูกน้องทำงานเสร็จลุล่วง

8. Great idea-let's do it เป็นความคิดที่ดีมาก ทำต่อไปนะ
เมื่อนายจ้างได้ความคิดหรือไอเดียดีๆจากลูกน้อง บางครั้งไอเดียหรือความคิดเหล่านี้มีมากจนหยิบมาใช้ไม่หมด พูดให้กำลังใจว่าความคิดที่พวกเขาคิดนั้นดีแล้ว และให้ทำกันต่อไป

9. I've always got time for you มีเวลาให้ตลอดเวลา
มีเวลาว่างพบปะกับลูกน้องเท่าที่จะทำได้ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นต่างๆที่พวกเขาอยากพูดหรืออยากบอกกับนายจ้าง เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้การทำงานออกมาดียิ่งขึ้น

10. I couldn't have done it without you สองหัวดีกว่าหัวเดียว
บอกลูกน้องของคุณว่าพวกเขามีค่ามากแค่ไหนในที่ทำงานแห่งนี้ และงานทุกอย่างนั้นจะไม่สำเร็จและออกมาดีได้เลยถ้าไม่ได้พวกเขาอยู่คอยเป็นกำลังสำคัญ

11. No one is perfect ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
บางครั้งการทำงานที่มีข้อผิดพลาด ไม่ควรอย่างยิ่งสำหรับคำพูดซ้ำเติมหรือว่ากล่าว ทางที่ดีนายจ้างควรพูดให้กำลังใจ เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ให้เอาข้อผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียน

12. What can I do to help? มีอะไรให้ช่วยได้บ้าง
ลูกน้องทุกคนต้องการให้นายจ้างสนับสนุน และยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ คอยติดตามความเป็นไปของสิ่งที่เข้าไปช่วยเหลือ

13. I made a mistake ยอมรับเมื่อทำขอผิดพลาด
ไม่มีลูกน้องคนไหนที่ให้ความเคารพนายจ้างที่ปัดความรับผิดชอบ หรือไม่ยอมรับเมื่อตัวเองทำผิด ซ้ำร้ายยังมีนายจ้างบางประเภทที่ชอบโยนความผิดให้คนอื่นรับช่วงต่อ นายจ้างจำพวกนี้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี และลูกน้องจะเริ่มตีตัวออกห่าง วิธีเรียกความศรัทธาคืนมาที่ไวที่สุดคือยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง และแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ให้ถูกต้อง

14. I need your help อย่าอายที่ต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ด้อยกว่า
เมื่อต้องการความช่วยเหลือจากใครซักคน อย่าอายที่ต้องกล่าวขอความช่วยเหลือจากลูกน้องของคุณ เพราะพวกเขาเต็มใจและพร้อมช่วยเหลือคุณอยู่แล้ว

15. Anything is possible ทุกสิ่งเป็นไปได้
ผู้นำที่ดีนั้นจะรู้ว่าไม่มีข้อจำกัดใดๆที่มาขัดขว้างการทำงานให้สำเร็จได้ คอยเติมเต็มแรงบันดาลใจและข้อมูลที่มีประโยชน์ อีกทั้งยังต้องทำตัวให้เหมือนแก้วที่มีน้ำอยู่แค่ครึ่งเดียว ที่พร้อมรับความรู้ใหม่ๆเข้ามาเติมเต็มได้ตลอดเวลา

16. I'm sorry กล่าวคำขอโทษบ้าง
คำกล่าวแสดงความเสียใจ หรือขอโทษ เป็นโยคที่ทุกคนต้องการได้ยิน ทั้งยังช่วยรักษาความรู้สึกซึ่งกันและกันได้ดี ถึงแม้จะเป็นเจ้านายหรือนายจ้างก็ตามเมื่อทำผิดก็ควรกล่าวคำขอโทษ

17. I've got your back เป็นแนวหลังที่คอยสนับสนุน
ลูกจ้างทุกคนย่อมต้องการกองหลังคอยช่วยหนุนและสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้านายหรือนายจ้างของพวกเขาเอง ใช้อำนาจที่ตัวเองมีในทางที่ดี ทำให้ลูกน้องเชื่อมั่นว่าเขาสามารถไว้ใจเจ้านายของพวกเขาได้ทั้งในเวลาสุขและทุกข์


ขอบคุณ อายุน้อย 100 ล้านคะ

Friday, July 4, 2014

แบบทดสอบตลอดชีวิต

หากมีคำถามแบบนี้คุณจะตอบว่าอย่างไร

ในค่ำคืนระทึกขวัญ พายุฝนพัดกระหน่ำ คุณขับรถอย่างระมัดระวัง...กำลังผ่าน และจอดป้ายรถเมล์แห่งนั้น

คนสามคน ที่ยืนรอหน้าป้าย...ก็ให้บังเอิญ ล้วนแล้วแต่มีเหตุผล...ที่คุณต้องรับขึ้นรถ

คนแรก เป็นคนแก่ ป่วยหนักอาการอยู่ในขั้นโคม่า...ถ้าคุณไม่ช่วยเขา เขาจะต้องตาย

คนที่สอง เป็นหมอ ที่ให้บังเอิญเคยผ่าตัดช่วยชีวิตคุณไว้ เขาเป็นหมอที่คุณตั้งใจมานาน ว่าอยากจะตอบแทนบุญคุณ แต่ยังไม่เคยมีโอกาส

คนที่สาม เป็นผู้หญิงที่คุณรัก เป็นนางในอุดมคติที่คุณฝันถึง คุณไม่น่าพลาดโอกาสนี้ เพราะถ้าพลาด โอกาสที่จะชนะใจเธอคงไม่มีอีกแล้ว

ที่จริงโดยหัวใจคุณ คุณต้องรับคนทั้งสามขึ้นรถ และจัดหลีกเวลาขับไปส่งตามสถานการณ์ แต่ปัญหาสำคัญ รถของคุณนั้นรับคนได้คนเดียว...ตามข้อจำกัดนี้ คุณจะเลือกใคร

คำตอบอาจจะแตกต่างกันไปตามเหตุและผลที่คุณคิดว่าเหมาะสม ซึ่งคงจะไม่ต่างไปจากนี้

แบบที่ ๑ ช่วยคนแก่ก่อน วิธีคิดนี้มีเหตุผล เพราะเขาใกล้จะตาย นี่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ที่คุณจะได้ช่วยชีวิตคนอื่น

คนไม่เลือกวิธีนี้ ก็มีเหตุผลเหมือนกัน คนแก่ทุกคนต้องตาย หรือถึงแม้ช่วยเขาตอนนี้ ก็อาจรักษาชีวิตเขาไว้ไม่ได้ตอนหน้า และบางทีอาจจะยืดเวลาเจ็บปวดทรมาน จากการป่วยให้ยาวไป

แบบที่ ๒ ให้คุณหมอขึ้นรถ เพราะการตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตมนุษย์

คนไม่เลือกแบบที่ ๒ ให้เหตุผลว่า สามารถตอบแทนบุญคุณหมอได้ในโอกาสหน้า

แบบที่ ๓ ให้คนรักในฝันขึ้นรถ ชีวิตหนึ่งที่เกิดมา ความรักเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

คนไม่เลือก...แบบนี้...ก็มีเหตุผลที่ต้องฟัง...หากเป็นผู้ชายจำพวก เจอคนป่วยไม่ตายแล้วไม่ช่วย เจอคนมีบุญคุณ มีโอกาสแล้วไม่ตอบแทน ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่จะรักผู้ชาย...สักคน คงไม่เลือกผู้ชายไร้น้ำจิตน้ำใจแบบนี้มาเป็นแฟน

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่า ชื่อเรื่องแบบทดสอบตลอดชีวิต เป็นเรื่องลำดับที่ ๓๕ ในหนังสือ เรื่องง่ายๆ แต่ความหมายดีๆ (สำนักพิมพ์อินสไปร์) สุริเทพ ไชยมงคล อธิบายความหมายดีๆ ไว้ว่า

ในสถานการณ์บังคับที่ถูกสมมติขึ้นนี้ เราต้องเผชิญกับทางเลือก ที่อาจถูกหรือผิดก็ได้

แต่สิ่งสำคัญมาก เรามีเหตุผลที่ฟังขึ้นแค่ไหน

คำตอบแบบที่คิดนอกกรอบและได้ช่วยเหลือทุกคนได้ซึ่งไม่ได้อยู่ในทางเลือก ๓ แบบ ที่ถูกตีกรอบ มีคำอธิบายดังนี้

ลงจากรถ ยื่นกุญแจรถให้หมอ ให้คุณหมอซึ่งไม่เพียงจะดูแลคนแก่ได้ดีกว่าใคร ขับรถไปโรงพยาบาล

ส่วนตัวเขาได้โอกาสไปยืนรอรถเมล์ เป็นเพื่อนผู้หญิงที่เขารัก...

เพิ่มโอกาสในการชนะหัวใจเธอได้ไม่น้อย

การกล้าคิดนอกกรอบ โดยมีคำอธิบาย...ที่ทุกคนที่ฟัง ต้องยอมรับได้...คุณสมบัตินี้เป็นของผู้นำ...